| |
Statistic |
|
 |
Users: |
322 |
|
Fashion: |
11 |
|
Auto: |
173 |
|
Business: |
53 |
|
Property |
665 |
|
|
|
|
Career: |
206 |
|
|
|
|
|
 |

If you are interested in exchanging link with us, place this code on your website then, click here.
|
|
Forums > กิ๊กเหมาจ่าย สาวไซด์ไลน์ กะ มะเร็งปากมดลูก ปัญหาที่ป้องกันได้
|
| Topic: กิ๊กเหมาจ่าย สาวไซด์ไลน์ กะ มะเร็งปากมดลูก ปัญหาที่ป้องกันได้ read (51 times) |
|
| Jerleaw |
Title:กิ๊กเหมาจ่าย สาวไซด์ไลน์ กะ มะเร็งปากมดลูก ปัญหาที่ป้องกันได้
Date: 2010-06-20 00:12:01 |
มื่อก่อน ประเทศไทยยังอยู่ในตำแหน่งที่เรียกว่าประเทศด้อยพัฒนาอยู่นั้น ปัญหาหลักสำคัญที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งของหญิงไทย ก็คือ “มะเร็งปากมดลูก” ที่นับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัจจัยเสี่ยง ที่สำคัญ
=================================================
บัลวีรายปักษ์ ฉ.126: 16-31 ส.ค. 51 พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลป
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่
- การมีบุตรหลายคน
- การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
- การมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน
และไม่มีการพัฒนาในด้านการตรวจภายในที่ดีพอ ดังนั้นเมื่อมีอาการกว่าจะตรวจพบก็อยู่ในระยะที่รุนแรงแล้ว ยากต่อการรักษา เนื่องจากว่าปากมดลูกอยู่ข้างใน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแค่เล็กน้อยก็จะไม่มีอาการใดๆ เกิดขึ้น จะสามารถรู้ได้ก็ต่อเมื่อตรวจภายในเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการพัฒนาการตรวจภายใน และเทคนิคการตรวจที่ง่ายต่อการวินิจฉัยมากขึ้น อีกทั้งยังบรรจุการตรวจภายในที่เรียกว่า Pap smear นี้ในหลักประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน จึงสามารถที่จะวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
ระยะหลังมานี้จึงพบว่าอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกของหญิงไทยน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นความสำเร็จของการสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างมาก ที่สามารถรณรงค์อย่างได้ผล
แต่เมื่อไม่นานมานี้ นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผลการวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสถาบันการศึกษาระบุชัดว่า หญิงไทยวัน 35 ปีขึ้นไป มักไม่ได้รับการตรวจสุขภาพโดยเฉพาะโรงมะเร็ง ทั้งนี้สถิติน่าตกใจในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ผู้หญิงส่วนมากไม่เคยพบแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อตรวจสุขภาพแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่โรคที่ผู้หญิงกลัวมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่
จากบทความดังกล่าวทำให้หมอได้ฉุกคิดขึ้นอีกว่า เพราะอะไรหนอ ทั้งๆ ที่วิทยาการการตรวจก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ เหตุใดปัญหานี้ถึงกลับมาอีก ก็ย้อนคิดไปถึงสาเหตุที่เกิดมะเร็ง นั่นก็คือเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า “HPV” หรือ Human Papilloma Virus ที่เป็นเชื้อที่ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นเมื่อหญิงคนไหนที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ จึงมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปากมดลูกได้ทั้งนั้น ความเข้าใจผิดของคนทั่วไปต่อมาคือ อายุน้อย ไม่ต้องไปตรวจมะเร็ง เพราะไม่มีความเสี่ยง ตรวจไปก็ปกติ อีกทั้งวัยรุ่นก็ไม่มีความรู้เรื่องการป้องกันโรคอย่างดีพอ จึงน่าเป็นห่วงสำหรับวัยรุ่นที่นิยมมีเพศสัมพันธ์กันตั้งแต่อายุน้อย รวมถึงนักศึกษาที่ประกอบธุรกิจบริการนอกสังกัด ที่ปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดก็ตาม กลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามมา และลงเอยด้วยมะเร็งปากมดลูกในวัยกลางคนเท่านั้น (ถ้าสามารถรอดพ้นความเสี่ยงอื่นไปได้เช่น เอดส์ แท้งติดเชื้อ ตั้งครรภ์ เป็นต้น)
ที่ประเทศอังกฤษมีการ Screening Pap smear ตั้งแต่อายุ 18 ปี ซะด้วยซ้ำ เพราะเค้ารู้ว่าไม่สามารถห้ามพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยได้
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทยจะรณรงค์ปลูกฝังสิ่งที่ถูกที่ควรให้กับวัยรุ่นไทย ไม่ส่งเสริมสิ่งยั่วยุ อบายมุขต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เพราะเมื่อปัญหาเกิดขึ้นมาหมอมักจะได้รับคำตอบว่า “หนูไม่รู้ค่ะหมอ”
|
|