| |
Statistic |
|
 |
Users: |
322 |
|
Fashion: |
11 |
|
Auto: |
173 |
|
Business: |
53 |
|
Property |
665 |
|
|
|
|
Career: |
206 |
|
|
|
|
|
 |

If you are interested in exchanging link with us, place this code on your website then, click here.
|
|
|
| Topic: รายละเอียด read (71 times) |
|
| Jerleaw |
Title:รายละเอียด
Date: 2010-06-20 00:10:35 |
คลี่ม่านหอพักนักศึกษา"มั่วเซ็กซ์"ท้องแล้วต้องแท้ง
คลี่ม่านหอพักนักศึกษา"มั่วเซ็กซ์"ท้องแล้วต้องแท้ง
ต่อยอดปมปัญหา "แท้งเถื่อน" กับต้นเหตุความหละหลวมทางสังคม กับ "หอพัก"
แหล่งมั่วเซ็กซ์ที่ยากจะควบคุม ข้อมูลลับหญิงสาวชายหนุ่ม ธรรมดาที่จะมีเพศสัมพันธ์กัน
เกือบครึ่งไม่ป้องกันตัวจนท้องแล้วเข้าสู่วงอโคจร "ทำแท้ง" ชี้พฤติกรรมพอใจก็อยู่ต่อ
ไม่พอใจก็เลิกแล้วหาใหม่ ชี้ ก.ม.ใหม่คุมหอพักแค่แก้ปลายเหตุ
ต้นเหตุปัญหาหอเถื่อนตำรวจชี้ยื่นมือเข้าไม่ถึง
ปัญหา "แท้งเถื่อน" ทำไมต้องเป็น "หอเถื่อน" ทั้งสองกรณีนี้มีความเกี่ยวพันอย่างไร
ตรงนี้มีคำตอบว่า สภาพความเป็นอยู่ของ "หอพัก" ณ วันนี้
แปรเปลี่ยนมาเป็นห้องหอสำหรับคู่ผัวตัวเมียวัยใสได้อย่างไร...
เรื่องนี้ พ.ต.อ.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี รองผู้บังคับการ ตำรวจนครบาล ๔
ในฐานะที่เคยประจำอยู่พื้นที่ย่านหัวหมาก ที่มีหอพักมากที่สุด กล่าวกับ "ร่วมด้วยช่วยกัน" ว่า
ตามปกติหอพักแบ่งออกเป็น ๒ แบบ คือหอพักหญิง กับหอรวม
ที่นี้เรื่องปัญหาหอพักเรามองว่าเป็นที่มาของปัญหาอาชญากรรม และยาเสพติด เป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่น
จึงได้ทำการสำรวจและจากการสำรวจคร่าวๆ เฉพาะบริเวณเขตหัวหมาก รอบๆ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็พบประมาณ ๓๐๐
กว่าแห่งทั้งหอพักและอพาร์ตเมนต์
ซึ่งจากการตรวจสอบนั้นหอพักที่จดทะเบียนถูกต้องมีเพียงแค่ส่วนหนึ่งซึ่งน้อยมาก
โดยส่วนใหญ่จะเป็นหอพักหญิง
การจัดระเบียบที่ผ่านมาคือได้ขอความร่วมมือกับเจ้าของหอพักเพื่อจัดระเบียบการบริหารจัดการภายในหอให้มีกา
รจดทะเบียนผู้อยู่อาศัย อาจจะกำหนดให้อยู่ได้ไม่เกิน ๒ คน หรือ ๔ คนเพื่อป้องกันการมั่วสุม
"ส่วนเรื่องนักศึกษาหญิงชายอยู่ด้วยกันต้องมองในเรื่องของสังคม ความเหมาะสม ประเพณี วัฒนธรรม
ซึ่งแม้เราจะมองว่าตรงนั้นไม่เหมาะสม แต่เราก็ไม่สามารถไปกำหนดหรือบังคับเขาได้ สิ่งที่ทำได้คือการพูด
เข้าพบปะประชาชน ทำการอบรมในโรงเรียน หรือในมหาวิทยาลัย
คุยกับอาจารย์ผู้สอนว่าควรจะแทรกเรื่องนี้เข้าไปบ้างเพื่อเป็นการเตือนสตินักเรียนนักศึกษาไม่ให้มั่วสุม
เพราะการที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปพูดคุยกันผู้พักอาศัยเองบางครั้งมีข้อจำกัด
อีกทั้งการอยู่ด้วยกันบางครั้งอยู่ในลักษณะพี่น้อง
และส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มาจากต่างจังหวัดจะไปจับแยกก็ไม่ได้เพราะมีภาระของค่าใช้จ่าย
ซึ่งเราก็ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย " พ.ต.อ.นิพนธ์กล่าว
ส่วนเรื่องหอพักที่เป็นหอเถื่อนก็คืออีกประเด็นหนึ่ง โดยหอพักนั้นกรมประชาสงเคราะห์เป็นผู้ดูแล
แต่มีข้อจำกัดในเรื่องของบุคลากรเจาะจงในเรื่องนี้ จำนวนหอพักปัจจุบันนี้มีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
ดังนั้นการจะดูแลจัดระเบียบความถูกต้อง มองว่าน่าจะตั้งกองขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับงานในส่วนนี้ น่าจะให้
กทม. เป็นคนดูแลเฉพาะในส่วนของ กทม. แต่ที่สุดก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้
ซึ่งปัจจุบันกรมประชาสงเคราะห์ก็ยังคงดูแลอยู่ และเมื่อมี พ.ร.บ.หอพัก
เจ้าหน้าที่เองก็ต้องลงตรวจตรากวดขันด้วยแต่ก็ยังมีหอพักที่ฝ่าฝืนอยู่
ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เองก็มีจำนวนน้อยด้วยเช่นกัน
"เมื่อพบหอเถื่อนกรมประชาสงเคราะห์เป็นผู้เสียหาย จะต้องแจ้งดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการเองได้ ทำให้การทำงานลงได้ไม่ลึกมาก
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของกฎหมายผมมองว่าควรจะแก้ไขปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย
เพราะผู้ประกอบการปัจจุบันเขาก็คิดในเรื่องของธุรกิจการหารายได้ กฎหมายเราก็ควรจะแก้ตามให้ทันกัน"
สำหรับกรณีของมติ ครม.ในการจัดระเบียบหอพักใหม่ พ.ต.อ.นิพนธ์ ให้ความเห็นว่า
ตรงนี้คงต้องมองว่าทางกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เขามีเจตนาอย่างไร เรื่องอายุไม่น่าจะนำมาเป็นตัวกำหนด
เพราะบางครั้งผู้หญิงถึงจะอายุมากแล้วแต่ต้องการพักหอพักหญิงเพราะเขาต้องการความปลอดภัยที่มากกว่า
จะให้เขาทำอย่างไร ผมว่าต้องมองในเรื่องของปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้นมองในเรื่องของการจดทะเบียนถูกต้อง
ควบคุมการดูแล ถูกสุขอนามัย ความปลอดภัยของผู้หญิงมากกว่าที่จะมามองในเรื่องของอายุ
เพราะนั่นเป็นสิทธิของเขา
เปิด"หอพัก"หอสวาทนศ.คู่ผัวเมียตัวเมีย
เพื่อยืนยันถึงภาพ "ชีวิตคู่" ผัวเมียวัยใสที่ได้กล่าวแล้ว ทีมงาน นสพ.ร่วมด้วยช่วยกัน
ได้ลงพื้นที่สำรวจค้นหาความจริงในเรื่องนี้ โดยเลือกเอาหอพักย่านหน้ารามฯ ซึ่งถูกระบุว่า
แค่มหาวิทยาลัยเดียวน่าจะมีหอพักทั้งเถื่อนและไม่เถื่อนตั้งอยู่ไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ หอ และกว่าครึ่งคือ
"หอรวม" หรือ "หอเปิด" ที่ผู้หญิงผู้ชายสามารถอยู่รวมกันได้
วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ เวลา ๑๒.๐๐ น. ทีมงานเลือกทำเลที่คาดว่าจะมี "หอพัก"
มากที่สุดในย่านนี้คือ ซอยรามคำแหง ๓๙ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง ก้าวแรกที่เข้าไปในซอยนี้
มีหอพักทั้งหญิงอย่างเดียว ชายอย่างเดียว ทั้งชายทั้งหญิงเกือบ ๒๐ หอ
ทั้งที่ซอยนี้คะเนด้วยสายตามีระยะทางไม่ถึง ๑ กม. ภาพที่เห็นก็คือ
- ๑๒.๓๐ น. ทีมงานได้เดินตามชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่ง เข้าไปในซอย ทั้งคู่แต่งตัวในชุดลำลอง
ผู้ชายใส่เสื้อฟุตบอลกางเกงขาสั้น ผู้หญิงใส่เสื้อยืดกางเกงสามส่วน
ภายในมือทั้งสองข้างเป็นอาหารมื้อกลางวัน ทั้งคู่เดินผ่านหอพักแรก
ซึ่งเป็นหอพักสตรีที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปจากปากซอยไปไม่เกิน ๑๐ เมตร และเดินต่อไปเรื่อยๆ
ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแวะที่หอไหน เพราะตลอดทางที่เดินผ่านเป็นหอพักสตรีทั้งหมด
มองลึกเข้าไปจนเห็นท้ายซอยทีมงานเข้าใจว่าน่าจะเป็นซอยตัน
และตลอดสองข้างทางไปจนถึงจุดนั้นมีหอทั้งหมดประมาณ ๑๑ หอ ไม่รวมหอที่กำลังก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จอีก ๒ หอ
ซึ่งติดป้ายไว้ว่าเป็นหอพักสตรีเช่นกัน
- ๑๒.๔๐ น. ถึงจุดที่คิดว่าเป็นท้ายซอย ชายหนุ่มหญิงสาวคู่นั้นเดินเลี้ยวซ้าย
ทีมงานรีบเดินตามไปไม่ให้คลาดสายตา แต่ก็ไม่ทันจนได้ หญิงสาวหายไปเหลือแต่ชายหนุ่มที่เดินย้อนกลับออกมา
ทีมงานจึงรีบเดินไปที่จุดเลี้ยวนั้นแล้วก็พบว่าตรงนั้นเป็นทางแยกออกไป ทีมงานพบกับหอพักอีก ๒ แห่ง ๑
ในนั้นเป็นหอพักหญิงที่หนุ่มคนนั้นเดินมาส่งแฟนสาว อีกหนึ่งเป็นหอพักรวม
และเมื่อเลี้ยวขวาอีกครั้งเดินลึกเข้าไปอีก ๑ ช่วงตึกก็มีพบหอพักรวมอีกหนึ่งแห่ง
หอพักรวมทั้งสองแห่งที่พบนี้มีทั้งหมด ๕ ชั้น คาดว่าแต่ละหอน่าจะมีห้องพักไม่น้อยไปกว่า ๘๐ ห้อง
- ๑๒.๔๕ น.
ทีมงานเดินตรงเข้าไปสอบถามชายหนุ่มหญิงสาวอีกหนึ่งคู่ซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ด้านหน้าหอพักรวม
ดังกล่าว ถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนในหอพักนั้น ซึ่งได้รับคำตอบว่าประมาณ ๗๐%เปอร์เซ็นต์
ของผู้พักอาศัยทั้งหมดเป็นนักศึกษา และประมาณ ๕๐% เป็นนักศึกษาหญิง-ชายที่อยู่ด้วยกัน
- ๑๒.๕๐ น. ระหว่างที่ซักถามทั้งสองคนนี้อยู่
จากด้านลึกเข้าไปซึ่งเป็นหอพักรวมอีกหนึ่งแห่งมีคู่ชายหนุ่มกับแฟนสาวในชุดสบายๆ
เดินจูงมือกันออกมาอีกหนึ่งคู่ และอีกไม่เกิน ๕
นาทีจากนั้นก็มีคู่หนุ่มสาวเดินเข้ามาสอบถามราคาค่าเช่าห้องด้วยกัน
แต่ก็ต้องเดินกลับออกไปอย่างผิดหวังเพราะหอพักรวมที่ทีมงานเฝ้าดูอยู่เต็มเสียแล้ว
-๑๓.๐๐ น. ทีมงานได้เข้าไปพูดคุยกับโอเปอเรเตอร์ของหอพักนั้น สอบถามถึงราคาค่าเช่า
ได้คำตอบว่าค่าเช่าต่อหนึ่งเดือน ห้องธรรมดา ราคาสูงถึง ๒,๗๐๐
บาทเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับการต้องอยู่คนเดียว
- ๑๓.๐๕ น. ผ่านช่วงเวลาของการหาอาหารใส่ท้องไปแล้วบรรยากาศของซอยเริ่มเงียบ
ทีมงานจึงได้เดินย้อนกลับเพื่อสังเกตการณ์ที่หอพักหญิงต่อพบว่าด้านล่างของขอพักหญิงส่วนใหญ่ซึ่งจะเป็นเก
้าอี้หินอ่อนถูกจับจองไปด้วยคู่หนุ่มสาว ที่กำลังนั่งหยอกล้อกัน
- ๑๓.๓๐ ทีมงานได้เดินตรงไปยังปากซอย เพื่อเข้าไปสอบถามกับแม่ค้าที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดของในร้าน
จากการสนทนากันก็ได้ทราบว่า
มีชายหนุ่มหญิงสาวที่คาดว่าเป็นแฟนกันเดินเข้าออกซอยนี้ไม่น้อยเลยทีเดียวแม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นเพียงการเ
ดินเข้ามาส่งแฟนก็ตาม
นี่คือเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของภาพชีวิตที่ "ชาวเด็กหอ" เห็นเป็นเรื่องชินตาไปแล้ว
สำหรับจับคู่เพื่ออยู่กินในระหว่างศึกษา..
กว่าครึ่งอยู่กินกับแฟนร้อยทั้งร้อยท้องแล้วแท้ง
" น้องเมย์" (นามสมมติ) ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของ "เด็กหอ"
ที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกับแฟนแบบคู่ผัวตัวเมีย อาสาเปิดใจกับ "ร่วมด้วยช่วยกัน "
ถึงเหตุผลว่าทำไมเธอและเขาจึงต้องตัดสินใจที่จะอยู่กินฉันสามีกัน
ชีวิตของ "น้องเมย์" ก็เหมือนกับนักศึกษาใหม่ที่เข้ามาเรียนต่อในเมืองหลวงแห่งนี้อีกหลายคน
เธอเป็นเด็กต่างจังหวัด สอบเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาได้ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านรังสิต
โชคเข้าข้างเธอเพราะแฟนหนุ่มที่คบหากันตั้งแต่เรียน ม.๔ สามารถสอบเข้าที่เดียวกันได้ด้วย
" จริงๆ แล้วคบกันแฟนมาตั้งแต่ ม.๔ และมีอะไรกันตอน ม.๕ แล้ว ประจวบเหมาะว่าสอบเข้าที่เดียวกันได้
ก็เลยมาพักอยู่ที่เดียวกัน โดยหอพักนี้อยู่แถวรังสิต เหมือนหอพักทั่วๆ ไป มี ๕ ชั้น
ส่วนใหญ่นักศึกษาพักก็ไม่รู้สึกอะไร เนื่องจากที่นี่เขาก็อยู่กันเป็นคู่ๆ อยู่แล้ว
ที่ทราบเพราะเช้ามาจะไปเรียนก็ออกมาเป็นคู่ๆ บางห้องก็อยู่กันเป็นกลุ่ม ๔-๕ คน "
น้องเมย์สาธยายสิ่งที่เธอเป็นอยู่
สำหรับการใช้ชีวิตคู่ "วัยใส" ของเธอและแฟนนั้น ไม่มีนัยสำคัญอะไรนอกจากกว่า
มันสะดวกสบายสำหรับเธอและแฟน ค่าใช้จ่ายก็หารกันคนละครึ่ง มีค่าเช่าเดือนๆ ก็ประมาณ ๒,๖๐๐ บาท
หอที่ว่ามีเครื่องอำนวยความสะดวกค่อนข้างพร้อม อาทิ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง โทรศัพท์
ส่วนอื่นก็ซื้อมาเพิ่มเอา
"พ่อแม่ยังไม่รู้ว่าอยู่กับแฟน แต่เพื่อนๆ นั้นรู้หมด และเพื่อนเองส่วนใหญ่ก็อยู่กับแฟน
เรียกว่ากว่าครึ่งห้องที่เรียนชั้นเดียวกันอยู่ด้วยกันกับแฟนหมด"
สำหรับเรื่อง "เซ็กซ์" น้องเมย์บอกว่า จะมีอะไรกันอาทิตย์ประมาณ ๓ ครั้ง
ส่วนตัวแล้วใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉีด จะป้องกันทุกครั้ง เพราะว่ายังเรียนทั้งคู่
ส่วนแฟนก็ใส่ถุงยางบ้างบางครั้ง ถามว่าถ้าพลาดจะทำอย่างไร ก็คงต้องบอกให้ผู้ใหญ่รู้
แต่ตัวเองคิดว่าจะไม่ทำแท้งเด็ดขาด เพราะถือว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่คนไม่มีการศึกษาเขาทำกัน
แต่กับเพื่อน ๆ หรือคนอื่นไม่รู้ว่าคิดอย่างไร
"เคยมีเพื่อนอยู่ ๒-๓ คน ที่มหาวิทยาลัยเขาท้อง เขามาปรึกษาว่าจะไปทำแท้งที่ไหนดี
ส่วนตัวไม่เห็นด้วย แต่ก็มีเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่แนะนำให้ทำแท้งเหมือนกับการหวังดี
ตัวเองเคยไปดูอยู่ครั้งหนึ่ง ที่แถวนวนคร ที่นี่จะมีเพื่อนบอกต่ออีกที
ซึ่งครั้งนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะต้องเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ ลึกมาก
พอเดินเข้าไปจะเจอเหมือนกับชุมชนแออัด ที่ทำแท้งจะเป็นบ้าน ๒ ชั้น มุงสังกะสีโทรมๆ ดูไม่เหมือนคลินิกเลย
ข้างในมีนักศึกษามานั่งรออยู่หลายคน
มีผู้หญิงเป็นคนทำให้ และมีเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นผู้ช่วย เวลาเขาทำจะปิดห้อง ไม่ได้เข้าไปดู
แต่เคยแอบดูเวลาที่ผู้ช่วยเขาเอากล่องเครื่องมือเข้าไปในห้อง แต่ไม่รู้ว่าเขาทำลักษณะไหน
ส่วนที่เพื่อนไปทำก็กลัว เขานอนหลับตา เขาบอกว่าเจ็บ แต่คนทำให้ก็บอกว่าทำใจให้สบาย ไม่ต้องคิดอะไรมาก
ทำแล้วออกมาก็บ่นเจ็บตลอดจนถึง ๒ อาทิตย์ทนไม่ไหวแล้ว เลยไปหาหมอ
ถูกหมอดุว่าทำไมไม่มาปรึกษาก่อนที่จะทำที่นั่น"
น้องเมย์ถ่ายทอดอารมณ์ทำแท้งจากเพื่อนของเธอได้อย่างสะใจ
และก่อนจะจบการสนทนา "น้องเมย์" ยังบอกอีกว่าการที่ราชการจะมาจัดระเบียบหอพักนั้น
เป็นเรื่องยาก เพราะเรื่องแบบนี้อยู่ที่ความสมัครใจ ไม่ให้อยู่ตรงนี้ก็ไปอยู่ที่ใหม่ก็เท่านั้นเอง
เรื่องราว "หอพัก" ของเด็กหนุ่ม หญิงสาว คือภาพสะท้อนต้นตอปัญหาสังคม อย่างการ
"ทำแท้ง" ได้อย่างชัดเจน เมื่อมีการใช้ชีวิตคู่ก่อนวันอันควร ก็ย่อมมีปัญหาตามมา
ยังไม่นับปัญหายาเสพติด มั่วสุม หรืออื่นๆ อีก เพราะแค่นี้ ยอดสถิติทำแท้งเถื่อนเมืองไทยก็พุ่งเฉียด
๕๐๐,๐๐๐ รายต่อปีแล้ว...
*******************
กม.ใหม่คุมหอพัก"เกาไม่ถูกที่คัน"
*******************
พลันที่มีมติ ครม. เรื่องการจัดระเบียบหอพัก
เสียงลือเสียงเล่าอ้างก็ถูกระดมเข้ามาทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยและนี่คือคำแถลงข่าวของ รมต.พัฒนาสังคมฯ
คนใหม่ถอดด้าม ที่ประเดิมงานใหม่กับ "งานช้าง" ชิ้นนี้...
โดย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ ได้ให้ความเห็นชอบหลักการกฎกระทรวงกำหนดบทนิยาม
หลักเกณฑ์การบังคับใช้ การอนุญาต การลงทะเบียนผู้พัก บัตรประจำตัวนายทะเบียน
และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก พ.ศ. ....
ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการกับห
อพักที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
นายสรอรรถกล่าวว่า กฎกระทรวงที่ออกใหม่นี้ จะมีการจำกัดอายุของผู้ที่จะเข้าพักอาศัยในหอพักว่า
ต้องอายุไม่เกิน ๒๕ ปี และต้องเป็นนักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในระบบการศึกษาเท่านั้น
และต้องแยกแยะหอพักชาย-หญิง ให้ชัดเจน ส่วนนักศึกษาที่ไม่อยู่ในระบบ คงไม่สามารถอยู่ในหอพักได้ เช่น
นักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยเปิด รวมทั้ง ผู้ที่อายุเกิน ๒๕ ปี หรือที่ศึกษาเกินระดับปริญญาโท
คงไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้ด้วย
นอกจากนี้ ในกฎกระทรวงใหม่ยังกำหนดในเรื่องความปลอดภัยของห้องพัก และห้องรับรองต่างๆ ด้วย
โดยสถานที่ที่มีนักศึกษาพัก ๕ คนขึ้นไป ถือว่าเข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าว
ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีการกำหนดบทลงโทษ ทั้งจำและปรับ อย่างไรก็ตาม
กฎกระทรวงดังกล่าวจะไม่รวมถึงหอพักที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันการศึกษาต่างๆ
ซึ่งมีกฎของแต่ละสถาบันอยู่แล้ว
"หลังจากนี้จะมอบหมายให้ผู้ที่มีอำนาจในพื้นที่ โดยในส่วน กทม. เป็นอำนาจของผู้ว่าฯ กทม.
ส่วนต่างจังหวัดก็เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่จะไปดำเนินการตรวจสอบหอพักต่างๆ ที่ผิดกฎหมาย
และไม่เข้าข่ายตามกฎกระทรวงดังกล่าว มาแก้ไข รวมทั้ง จดทะเบียนให้ถูกต้อง
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ที่อยู่อาศัยในหอพัก เพราะขณะนี้พบว่า
มีหอพักที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องเพียงแค่ ๕,๐๐๐ กว่าแห่งเท่านั้น
จากที่ประมาณการไว้ว่ามีทั้งหมดเป็นหมื่นแห่งทั่วประเทศ" นายสรอรรถ กล่าว
ฟังแล้วหลายคนยังบอกว่ายังห่างไกลความจริงที่จะ "จัดระเบียบ" หอพัก
หอสวาทที่กำลังกล่าวขวัญถึงในขณะนี้...
********************
โสพิณ หมูแก้ว หนุ่มสาว ตจว.จับคู่มากสุด
โสพิน หมูแก้ว เจ้าของผลงานวิทยานิพนธ์ "อยู่ก่อนแต่ง :
การอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้แต่งงานของนักศึกษามหาวิทยาลัย"
ซึ่งเป็นที่สะท้อนถึงพฤติกรรมของเด็กไทยยุคจรวดได้อย่างดี โดยเฉพาะชาวหอ กล่าวกับ
"ร่วมด้วยช่วยกัน" ว่าจากการที่ได้ลงพื้นที่ทำวิทยานิพนธ์
พบว่าเด็กที่มาเช่าหอพักอยู่ด้วยกันจะเป็นเด็กต่างจังหวัด อายุประมาณ ๑๙-๒๑ ปี คือเรียนอยู่ชั้น ปี ๒
ขึ้นไป และเคยเจอปัญหาการตั้งครรภ์จนต้องไปทำแท้งแค่เคสเดียวเท่านั้น
ซึ่งตนคิดว่ามันเป็นปัญหาเชื่อมโยงกัน ส่วนใหญ่นักศึกษาที่ตัดสินใจอยู่ด้วยกัน
เขาจะกังวลว่าถ้าเกิดพลาดขึ้นมาแล้วท้องจะทำอย่างไร
และถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้นมาแล้วจะเกิดปัญหาตามมาว่าความรับผิดชอบทั้งหมดจะตกเป็นของผู้หญิงฝ่ายเดียว
และมีส่วนหนึ่งเหมือนกันที่ต้องการเก็บลูกไว้ แต่สถานศึกษาก็รับไม่ได้ เลยต้องลาออกมา
ทำให้เสียโอกาสทางการศึกษาไป และส่วนหนึ่งก็จะตัดสินใจทำแท้ง
สำหรับการจัดระเบียบหอพักที่จะแยกเป็นหอชาย-หญิงนั้น มีการจำกัดอายุของผู้ที่เข้าพักต้องไม่เกิน ๒๕ ปี
และต้องเป็นนักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในระบบการศึกษาเท่านั้น
ส่วนตัวมีความเห็นว่ามันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงประเด็นนัก
เนื่องจากหอพักในปัจจุบันแบ่งออกได้เป็นกลายกลุ่ม ทั้งที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
และกลุ่มที่เปิดบ้านเป็นหอพัก ถ้าจะใช้กฎหมายนี้ก็ควบคุมได้เฉพาะหอพักใหญ่เท่านั้น
คาดว่ารายที่เป็นหอพักย่อยคงควบคุมได้ยาก และเท่าที่เคยได้สอบถามกับเจ้าของหอพัก
และตัวนักศึกษาที่พักนั้น
เขาก็มองว่าออกกฎจัดระเบียบหอพักนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากหอในมหาวิทยาลัยเท่าใดนัก เพราะกฎเกณฑ์ต่าง ๆ
ก็เหมือนกัน คือถ้าเป็นหอหญิงก็จะห้ามผู้ชายเข้า แต่ถ้าเป็นหอชายก็จะเปิดให้ผู้หญิงเข้าได้
ก็จะกลายเป็นหอพักรวมไปโดยปริยาย แล้วปัญหาต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาก็ยังคงค้างคาอยู่เหมือนเดิม
********************
คำต่อคำผัวเมียวัยใส"คบอาทิตย์เดียวก็อยู่ด้วยกัน"
นี่คือ "ส่วนหนึ่ง"ของปรากฏการณ์ทางสังคมของหมู่นักศึกษาที่พักอาศัยตามหอพัก
ที่รายงานระบุว่ามีการ "จับคู่" กันเป็นผัวเมียเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในกรณีนี้คือ
นักศึกษาหนุ่ม-สาวคู่นี้ อยู่ในสถาบันเดียวกันย่านหลักสี่ โดยคบหาดูใจกันแค่หนึ่งอาทิตย์
ก็ตัดสินใจอยู่กินด้วยกัน ณ หอพักหอสวาทแล้ว...โดยเรื่องนี้มี "ฝ่ายชาย"เป็นผู้ให้ข้อมูล
เจอกับแฟนได้อย่างไร
"ผมเจอเขาในงานรับน้องใหม่ของคณะ เราก็แลกเปลี่ยนเบอร์กัน ๒-๓ วันหลังจากแลกเบอร์ผมก็โทรไปหาบ่อย ๆ
เลยนัดไปเที่ยวกัน จากนั้นก็มีอะไรกัน รวมเวลาที่รู้จักกันแล้วก็ไม่เกิน ๑ อาทิตย์"
แล้วไปทำอย่างไรเขาถึงยอม
"เราก็บอกว่าอยากไปดูที่หอเขา (ผู้หญิง) ว่าอยู่อย่างไร อีกอย่างเขาอยู่คนเดียวด้วย"
ไปหาแฟนตอนช่วงไหน
"ไปหลังเลิกเรียน ก็อยู่ยาวจนเช้าเลย"
ใครเป็นคนชวนใครก่อนว่าให้มาอยู่ด้วยกันนะ
"ผมอยากอยู่กับเขา ก็เลยถามว่าอยู่ด้วยได้ไหม เขาบอกว่าได้ เพราะว่าเขาก็อยู่คนเดียว"
พ่อแม่เรารู้หรือเปล่าว่าย้ายไปอยู่กับแฟน
"รู้เมื่อตอนที่ผมคบกับแฟนมานานเกือบปีแล้ว ผมพาแฟนไปรู้จักพ่อแม่ผม ที่บ้าน
แต่ผมไม่เคยไปบ้านแฟนนะ เพราะพ่อแม่เขาอยู่ต่างจังหวัดกันหมด"
พ่อแม่ฝ่ายหญิงเคยมาเยี่ยมไหม
"เคยมา แต่ไม่ได้เจอที่หอ เจอผมที่มหาลัย แฟนผมก็แนะนำว่าเป็นแฟนกันเฉยๆ
แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ด้วยกัน"
ตอนที่อยู่ด้วยกันเราเป็นคนขอออกค่าใช้จ่ายเรื่องหอพักหรือเปล่า
"กว่าจะตกลงเรื่องนี้ได้ก็ประมาณเดือนหนึ่ง เขาก็บ่น ๆ ว่าครอบครัวเขาไม่ค่อยมีเงิน
เพราะค่าเช่าห้องเดือนนึงก็ ๒,๕๐๐ บาทแล้ว ผมก็ตกลงว่าจะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้"
ปกติเราอยู่กับครอบครัวไม่ใช่เหรอ
"ผมอยู่กับครอบครัว แต่ผมเป็นคนไม่ชอบอยู่บ้านหรอก เที่ยวบ่อย
บางครั้งก็ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนบ้าง"
ตอนแรกที่ย้ายไปอยู่กับแฟน พ่อแม่ไม่ว่าเอาหรือ
"พ่อแม่ไม่รู้ ผมบอกว่าไปอยู่บ้านเพื่อน อาทิตย์หนึ่งถึงจะกลับมาหนหนึ่ง
ผมจะเอาเฉพาะเสื้อผ้าไปเท่านั้น ไม่เยอะ มีเฉพาะชุดไปเรียน"
ตอนนั้นได้เงินใช้เดือนละเท่าไร
"ตกประมาณเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท แล้วยังมีขอเล็ก ๆ น้อย ๆ อีก"
เรื่องเงิน ใช้กระเป๋าเดียวกันเลยหรือเปล่า
"บางครั้งถ้าเงินเขาขาด ผมก็ช่วยเติมให้ บางเดือนเขาไม่มี ผมก็ต้องออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด"
เวลาอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตเหมือนสามีภรรยาเลยหรือเปล่า
"อยู่ด้วยกันเหมือนเพื่อนมากกว่า"
แฟนต้องซักผ้าให้เราด้วยหรือเปล่า
"ก็มีบ้าง บางครั้งผมก็ซักให้ (หัวเราะ) "
เพื่อนในคณะรู้หรือเปล่าว่าเราอยู่กับแฟน
"ในกลุ่มเพื่อนจะรู้ ผมว่ามันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วในมหา'ลัย"
ที่คณะมีอย่างนี้เยอะไหม
"ค่อนข้างเยอะ ประมาณ ๓๐%"
เวลาอยู่ด้วยกันมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยหรือเปล่า
"มีบ้างช่วงแรก เหมือนเป็นการปรับตัวมากกว่า
ส่วนมากจะเป็นเรื่องการใช้เงินในการเที่ยวมากกว่า"
แฟนก็เป็นคนชอบเที่ยวเหมือนกันใช่ไหม
"ใช่ บางทีเราก็ไม่ได้ไปด้วยกัน เพราะเขาไม่ยอมให้ผมไปด้วย ก็เลยทะเลาะกัน"
มีอะไรกับแฟนบ่อยมั้ย
"อาทิตย์ละ ๔ ครั้ง"
ส่วนมากใครจะเป็นฝ่ายป้องกัน
"ผมเป็นคนคุมมากกว่า ในเมื่อเขาไม่คุมผมก็ต้องคุม แต่ผมไม่เคยพลาดนะ"
สมมติว่าพลาดขึ้นมา เราจะทำอย่างไร
"ก็แย่เหมือนกันนะ เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าพลาดไปจะทำอย่างไรดี
คงต้องไปทำแท้งเพราะต่างคนก็ยังเรียนกันอยู่ แต่ยังไงผมคงต้องปรึกษาเพื่อนก่อน
คิดว่าเพื่อนคงจะรู้ว่าจะไปทำที่ไหน"
เคยมีเพื่อนในกลุ่มที่เขาพลาดจนท้องไปทำแท้งไหม
"มี คือแม่ของผู้หญิงเขาพาไป แล้วมีเพื่อนผมอีกคนหนึ่งที่คณะ เขาท้องแล้วที่บ้านเขาไม่ให้เอาออก
เขาก็เลยต้องดรอป แล้วค่อยกับมาเรียนใหม่ ตอนนี้คงคลอดไปแล้วมั้ง รายนั้นเขาก็อยู่หอกับแฟนเหมือนกัน
"
ที่หอมีคู่นักศึกษามาเช่าอยู่ด้วยกันมากมั้ย
"ผมก็เดินขึ้นเดินลงผ่านทุกวัน ก็เห็นเยอะนะ ห้องตรงห้ามผมก็ใช่ คิดว่าชั้นหนึ่งน่าจะมีสัก ๓-๔
ห้อง จาก ๑๐ ห้อง ผมเห็นจนชินแล้ว ในนั้นไม่มีใครสนใจใครหรอก ผมว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เพื่อนๆ
ในมหา'ลัยก็มีกันทั้งนั้น"
คบกับแฟนคนนี้ได้นานเท่าไร
"คบได้นานประมาณปีกว่าๆ ทะเลาะ มองหน้ากันไม่ติดแล้วก็เลิกกันไป
อยู่สักพักหนึ่งเขาก็ลาออกจากมหา'ลัย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเราด้วย"
การเรียนของเราตกต่ำลงไปหรือเปล่าช่วงที่เราคบกัน
"ตกลงไปเยอะ เพราะผมสนใจผู้หญิงมากกว่า ต้องคอยดูแล ไปรับไปส่ง จากที่เคยได้เกรด ๒.๘ ก็ลดลงเหลือ
๒.๒ "
นี่ถือเป็นแฟนคนแรกหรือเปล่าที่อยู่ด้วยกัน
"ไม่ใช่ มีแฟนก่อนหน้านี้มาแล้ว ตอนนั้นผมอยู่ม.๕ ส่วนแฟนอ่อนกว่าผม ๒ ปี เราคบกันนาน ๓
ปีแต่ไม่ได้อยู่หอนะ ผมไปอยู่บ้านเขา"
พ่อแม่เขาไม่ว่าเอาเหรอ
"คือรู้จักกันมานาน แล้วมาหาสู่กันบ่อย แม่เขาก็ไม่ว่า แต่พ่อเขาเสียแล้วนะ แม่เขาปล่อยให้คบกัน
อย่างเวลาที่ไปค้างที่บ้านแฟน แม่เขาก็ให้นอนแยกห้องกัน อีกอย่างแม่ไม่ค่อยได้กลับบ้านด้วย
แม่จะกลับมาเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ที่บ้านก็มีพี่ชายกับยายอยู่ด้วย"
แล้วอย่างนี้ไม่มีการมารวมห้องบ้างหรือ
"มีอยู่แล้วพี่ เพราะแม่เขาไม่ได้มานั่งเฝ้าทั้งวัน"
ตอนนั้นยังเด็กมากเลยนะ แล้วเคยพลาดบ้างหรือเปล่า
"ไม่เคยพลาดถึงขั้นท้องหรอก เพราะผมใส่ถุงยางตลอด แต่ที่พลาดเพราะถุงแตก
เช้าขึ้นมาผมก็ต้องรีบหาร้านขายยาที่มันเงียบๆ เข้าไปซื้อยาคุมฉุกเฉิน ผมต้องเป็นคนไปซื้อให้
เพราะผู้หญิงไม่กล้าเข้าไปซื้อเอง เพราะเราเพิ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมเอง"
แล้วพ่อแม่เราไม่เตือนเราเรื่องนี้บ้างหรือ
"พ่อก็มีเตือนบ้างว่าทำอะไรให้รับผิดชอบด้วย"
หลังจากเลิกกับแฟนคนที่อยู่ด้วยกัน เราไปคบใครอีกหรือเปล่า
"ก็มีแฟนนะ แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน นัดเจอกันบ้างเฉย ๆ "
การที่เราตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่เดียวกันกับแฟน คิดว่าทำถูกไหม
"มันก็ไม่ถูก เพราะการเรียนเราก็แย่ลง แล้วมันก็มีปัญหาหงุดหงิดทะเลาะกันบ่อย อยู่แบบห่างๆ
จะดีกว่า"
|
|