| Jerleaw |
Title:ปราบหมอผี1-0 ยุ่นผงาด ดัตช์ดับโคนม2-0
Date: 2010-06-18 23:28:10 |
ปราบหมอผี1-0 ยุ่นผงาด ดัตช์ดับโคนม2-0
เดนส์ยิงตัวเอง เคาต์ตามย้ำชัย เยอรมันฟอร์มดุ ถล่ม"จิงโจ้ "4-0 วันนี้ลุ้นโสมแดง สู้เต็ง1"แซมบ้า"

ยิงหมอผี - เคสุเกะ ฮอนดะ มิดฟิลด์ทีมญี่ปุ่น สอดขึ้นไปจับลูกที่โยนยาวอย่างแม่นยำมาจากปีกขวา แล้วยิงอย่างเยือกเย็น ผ่านมือผู้รักษาประตูของทีมแคเมอรูน เป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก
|
นักเตะ"ซามูไร"ประ กาศศักดาแข้งเอเชีย ฟัน"หมอผี"แคเมอรูน หมดมนต์ขลัง 1-0 "อัศวินสีส้ม"ฮอลแลนด์ เก่งบวกเฮง โค่น "โคนม"เดนมาร์ก 2-0 ได้ประตูแรกแบบโชคช่วย จากการทำเข้าประตูตัวเองของกองหลังคู่แข่งต้นครึ่งหลัง ทั้งๆ ที่รูปเกมไม่ได้หวือหวาเหนือกว่า ก่อนเด็กหงส์ "เคาต์" จะตามซ้ำดาบ 2 ปิดท้ายพาทีมคว้า 3 แต้มประเดิม "อินทรี เหล็ก"เยอรมัน ฟอร์มดุ ถล่ม "จิงโจ้"ออสเตรเลีย ไม่มีทางสู้ 4-0 มั่นใจทะลุถึงรอบ 16 ทีมแน่ สื่อออสซี่สับเละกุนซือ-นักเตะตัวเอง "เคฮิลล์" ร่ำไห้สังเวยใบแดง
-เยอรมันฟอร์มดุต้อนจิงโจ้ 4-0
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานผลการแข่งขันฟุตบอลโลก "เวิลด์คัพ 2010" ที่แอฟริกาใต้ เวลา 01.30 น. คืนวันอาทิตย์ เป็นการแข่งขันสายดี ที่สนามโมเสส มาดิบา เมืองเดอร์บัน อดีตแชมป์โลก 3 สมัย เยอรมนี ใช้ชุดนักเตะหนุ่มไล่บดบี้นักเตะแดนจิงโจ้ ออสเตรเลีย ตลอดทั้งเกม แม้จะโดนสวนกลับบ้าง แต่กองหลังยังตรึงไว้ได้ ครึ่งแรก เยอรมันนำ 2-0 ด้วยลูกเตะดินระเบิดของ ลูคัส โพโดลสกี้ นาทีที่ 8 ตามด้วยลูกโหม่งของมิโรสลาฟ โคลเซ่ นาทีที่ 26
ครึ่งหลัง ออสเตรเลียที่เป็นรองอยู่แล้ว เหลือ ผู้เล่น 10 คน เมื่อทิม เคฮิลล์ ดาวดังจากเอฟ เวอร์ตั้น ทำฟาวล์บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ แบบจะจะ โดนใบแดงตั้งแต่นาทีที่ 56 จากนั้นโทมัส มุลเลอร์ น้องใหม่ของเยอรมันยิงเพิ่มให้ทีมนาทีที่ 67 และคาเคา นักเตะเลือดบราซิล ตบท้ายนาทีที่ 70 จบเกมเยอรมัน ชนะ 4-0 ประตู ขึ้นนำที่ 1 ของสาย ตามด้วยกานา จากแดนกาฬทวีป ที่เบียดชนะยักษ์จากยุโรป เซอร์เบีย 1-0
-กานาได้จุดโทษเฉือนเซอร์เบีย
คู่กานากับเซอร์เบีย แข่งขันกันที่สนาม ลอฟตัส แฟร์เวลล์ กรุงพริทอเรีย ทั้งคู่เปิดเกม อย่างระมัดระวังการเล่นค่อนข้างช้า 45 นาทีแรก เซอร์เบียยิงเข้ากรอบเพียงแค่ครั้งเดียว ขณะที่กานายังส่องไม่เข้าเป้า หมดครึ่งแรก เสมอ 0-0
ครึ่งหลัง เกมส่วนใหญ่ยังเป็นของเซอร์เบีย แต่ดาวยิงอย่าง นิโกล่า ซิกิช ยังไม่มีโอกาสส่อง นาทีที่ 73 เซอร์เบีย ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ อเล็กซานเดอร์ ลูโควิช โดนเหลืองที่สองจากการไปทำฟาวล์ ทำให้กานาที่ผู้เล่นเหนือกว่าทำเกมรุกใส่สนุก นาทีที่ 83 กานาได้จุดโทษหลังจากนักเตะเซอร์เบีย ทำแฮนด์บอลในเขตโทษอย่างไม่น่าให้อภัย อซาโมอาห์ กียาน รับหน้าที่สังหารเข้าไป หมดเวลา กานา เฉือน 1-0 เก็บ 3 แต้มสำเร็จ
-"เลิฟ"พอใจลูกทีมคุยยังเจ๋งได้อีก
ภายหลังการแข่งขัน โจอาคิม เลิฟ กุนซือ "อินทรีเหล็ก"เยอรมัน ยกย่องผลงานของลูกทีมที่ช่วยกันถล่มออสเตรเลีย ขาดลอย 4-0 ในการประเดิมกลุ่มดี โดยเชื่อว่ายังสามารถทำผลงานได้ดีกว่านี้
เลิฟ กล่าวหลังเกมว่า "เกมรับของเรายอดเยี่ยมและเล่นได้ดีมาก ผมมีความสุขกับเกมโต้กลับของเรา แต่ในเรื่องของการปิดพื้นที่ระหว่างมิดฟิลด์กับกองหลัง ผมรู้สึกว่าบางครั้งเรารับกันมากไป ต้องปรับตรงจุดนี้ เรายังพัฒนาได้อีก ตั้งแต่ต้นเกมออสเตรเลียค่อนข้างจะเน้นรับทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนการเดินเกมรุกของเรา เจาะเข้าไปด้วยการใช้ลูกเลียดและการทำชิ่งจนสร้างปัญหาให้แนวรับของพวกเขา เราทำได้เยี่ยมและยิงประตูที่สวยงาม เราทำการบ้านเพื่อรับมือกับออสเตรเลียมาเป็นอย่าง ขณะเดียวกันตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเราก็ทำงานกันหนักในเรื่องของการเซ็ตเกมรุกและการต่อบอล"
อย่างไรก็ตาม โค้ชวัย 50 ปี เตือนลูกทีมอย่าประมาทต้องมีสมาธิในการลงสนามเกมต่อไปโดยระบุว่า "การลงสนามแมตช์ต่อไปมักเต็มไปด้วยความกดดันเสมอ การคว้าชัยชนะเป็นสิ่งสำคัญเพราะสร้างความมั่นใจให้ผู้เล่น แต่เราต้องมีสมาธิและมุ่งมั่นกับการแข่งขันต่อไป ยังมีคู่แข่งที่ยากกว่านี้รออยู่ข้างหน้า เซอร์เบียมีมาตรฐานที่ต่างออกไป เรามีโอกาสเข้ารอบ 16 สุดท้ายเร็ว หากชนะในเกมหน้า"
เลิฟยังกล่าวชม คาเคา กองหน้าที่เกิดในบราซิล ซึ่งลงสนามในฐานะตัวสำรองไม่ถึงสองนาทีก็ทำประตูได้ ทำตนมีขุมกำลังที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพทุกตำแหน่ง สามารถทดแทนกันได้
-ตั้งเป้าแรกผ่านเข้ารอบ16ทีม
ส่วนฟิลิปป์ ลาห์ม กองหลังกัปตันทีม กล่าวว่า การออกสตาร์ตด้วยชัยชนะเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่เส้นทางยังอีกยาวไกล ตอนนี้เราต้องทุ่มสมาธิไปยังเกมกับเซอร์เบีย และพยายามเอาชนะเพื่อเข้ารอบต่อไป
ลาห์มยอมรับว่าเยอรมันโชคดีในช่วงต้นเกมกับออสเตรเลียหลังสกัดลูกยิงของ ริชาร์ด การ์เซีย จากเส้นประตู แต่หลังจากนั้นนักเตะดาวรุ่งในทีมชุดนี้เริ่มปรับตัวได้ และเล่นได้อย่างแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ผู้เล่นชุดนี้เต็มไปด้วยนักเตะที่มีคุณภาพ และสร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้มากมาย
ด้านบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มิดฟิลด์รองกัปตันทีมกล่าวเสริมว่า ชัยชนะนัดนี้ทำให้ทีมมีความมั่นใจ เพราะก่อนลงสนามมีความกดดันไม่น้อย เกมนี้เราเล่นได้ดี และหวังว่าเราจะทำได้ดีต่อเนื่อง ตอนนี้เป้าหมายแรกของเราคือผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ขณะที่ลูคัส โพโดลสกี้ ที่ทำประตูแรก เตือนเพื่อนร่วมทีมอย่ามัวหลงระเริงกับชัยชนะเหนือออสซี่ ยังต้องทำงานหนักและทำตามคำสั่งโค้ช นี่เป็นเพียงเกมแรกเท่านั้น เส้นทางยังอีกยาวไกล
ด้านสื่อเมืองเบียร์ ยกย่องการออกสตาร์ตสวยหรู โดบบิลด์ ไซตุง หนังสือพิมพ์ชื่อดังถึงกับฝันไกลว่าทีมจะผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ขณะที่โอลิเวอร์ คาห์น อดีตนายทวารกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ ZDF ของเยอรมันว่า ฟอร์มที่เราเห็นวันนี้ยอดเยี่ยม เป็นฟุตบอลที่มีคุณภาพสูง ทีมเยอรมันกำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม และถูกเวลา เป็นการออกสตาร์ตที่สมบูรณ์แบบ
-จิงโจ้ผิดหวังลุ้น2นัดที่เหลือ
ส่วนพิม เวอร์บีก โค้ชทีมชาติออสเตรเลียยอมรับทีมทำผลงานน่าผิดหวังและต้องปรับปรุงการเล่นให้ดีขึ้นใน 2 เกมถัดไปเพื่อโอกาสผ่านเข้ารอบ
"พวกเราผิดหวังกับผลการแข่งขัน เราทำได้ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด การเสียประตูหลังจากผ่านมา 9 นาทียิ่งทำให้เกมยากขึ้น เยอรมันเป็นหนึ่งในทีมตัวเต็งและพวกเขาแสดงให้เห็นในวันนี้ ถึงแม้ว่าจะแพ้วันนี้ เรายังมีอีก 2 เกม ซึ่งเราต้องชนะ ผลเสมอไม่เพียงพอ นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องทำให้ได้ เราต้องเรียนรู้จากเกมนี้ เรามีเวลาอีก 6 วันเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ" เวอร์บีกกล่าว
ด้านลูคัส นีลล์ กองหลังกัปตันทีมออสเตร เลีย กล่าวว่า เป็นความพ่ายแพ้ที่ย่ำแย่ แต่เราต้องมองในแง่ดีไว้ เราต้องเชื่อมั่นในตัวเองว่าสามารถเอาชนะได้ในอีก 2 เกมถัดไป ตอนนี้เรามีเวลาอีกหลายวันในการเรียกความมั่นใจกลับมา สปิริตในทีมตอนนี้ยังดีอยู่
-เคฮิลล์หลั่งน้ำตาเซ่นใบแดง
ทางฝั่ง ทิม เคฮิลล์ ถึงกับหลั่งน้ำตาในความผิดหวังที่โดนใบแดงไล่ออกจากสนามจากการเข้าสกัดชไวน์สไตเกอร์ในนาทีที่ 56 และเผยรู้สึกเสียใจมากที่สุดในชีวิต รวมทั้งยังเป็นจุดต่ำสุดของชีวิตการค้าแข้งเลยทีเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นการตัดสินที่รุนแรงเกินไป

ปิดฝาโลง - เดิร์ก เคาต์ กองหน้าของทีมฮอล แลนด์ ปรี่เข้าไปแปซ้ำลูกบอลที่กระ ดอนเสาออกมา ทำประตูที่ 2 ให้กับทีม ตอกย้ำชัยชนะเหนือทีมเดนมาร์กอย่างเด็ดขาด 2 ประตูต่อ 0
|
ขณะที่ชไวน์สไตเกอร์คู่กรณีของเคฮิลล์ ก็ออกมายอมรับ จังหวะดังกล่าวไม่สมควรเป็นใบแดงหรือโดนไล่ออกจากสนามแต่อย่างใด แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ตัดสิน มาร์โก โรดิเกวซ จากเม็กซิโกจึงตัดสินอย่างนั้น
-กุนซือกานาพาทีมชนะบ้านเกิด
ขณะที่มิโลวาน ราเยวัก กุนซือชาวเซิร์บของทีมชาติกานา เปิดเผยหลังพาทีมเฉือนชนะประเทศบ้านเกิด 1-0 ว่ารู้สึกเสียใจกับความพ่ายแพ้ของเซอร์เบีย แต่ในฐานะมืออาชีพต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
ในเกมดังกล่าวเซอร์เบีย เหลือผู้เล่น 10 คนก่อนพลาดเสียจุดโทษในช่วงท้ายเกมจากการที่ซราฟโก้ คุซมาโนวิช กองหลังตัวสำรองทำแฮนด์บอลก่อนที่ อซาโมอาห์ กียาน สังหารไม่พลาดเป็นประตูชัยใหักานา
หลังจบการแข่งขันราเยวัก กล่าวว่า นี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในอาชีพของผม แต่ผมรู้สึกเสียใจกับความพ่ายแพ้ของเซอร์เบียเช่นกัน ผมรู้จักผู้เล่นของพวกเขาหลายคนและเห็นชัดว่าพวกเขาเสียใจกันมากเพียงใด แต่ผมพยายามมีสมาธิกับงานของผมและทำหน้าที่ในฐานะมืออาชีพ เรามีโชคเล็กน้อยจึงเอาชนะได้ เซอร์เบียเป็นทีมที่ดีทีมหนึ่งและการเล่นกับพวกเขาเป็นงานยาก ผมหวังว่าพวกเขาจะเก็บได้ 6 แต้มในอีก 2 เกมถัดไป
-เซิร์บเซ็งจุดโทษพางานเข้า
ขณะที่ ราโดเมียร์ อันติช โค้ชทีมชาติเซอร์เบีย กล่าวว่า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเสียหาย ทำให้สถานการณ์ของทีมยากลำบาก การเริ่มต้นฟุตบอลโลกด้วยความพ่ายแพ้เป็นสิ่งเลวร้าย แต่เรายังมีอีก 2 เกม เราต้องทิ้งเกมนี้ไว้ข้างหลังและมองไปถึงเกมถัดไปกับเยอรมันต่อไป
ส่วนเนมันย่า วิดิช กองหลังเซอร์เบีย กล่าวว่า ทีมมีโอกาสแล้ว แต่กลับทำไม่ได้เองจนโดนกานาลงโทษในที่สุด แต่มันก็ผ่านพ้นไปแล้ว ตอนนี้เราต้องมองถึงเกมถัดไปมากกว่าจะมานั่งคร่ำครวญ
-แอลจีเรียปลุกใจลืมพ่ายสโลวีเนีย
ด้านราบาห์ ซาดาน กุนซือทีมแอลจีเรีย ออกมากระตุ้นลูกทีมให้ลืมความผิดหวังที่ปราชัยต่อสโลวีเนีย 0-1 จากความผิดพลาดของผู้รักษาประตู ฟาอูซี่ ชาอูชี่ และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเกมนัดต่อไปที่จะพบกับอังกฤษซึ่งจะยากยิ่งกว่า เพราะเป็นทีมที่ดีที่สุดของกลุ่ม
พร้อมกันนี้ซาดานเผยว่า ชาอูชี่ได้กล่าวขอโทษเพื่อนร่วมทีมที่รับลูกยิงของ โรเบิร์ต โคเรน พลาดในช่วง 10 นาทีสุดท้าย และซาดานก็ไม่ได้ตำหนิชาอูชี่ เพียงระบุว่า "ทุกคนต่างก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกฟุตบอล และเกิดอะไรขึ้นกับโรเบิร์ต กรีน ผู้รักษาประตูของอังกฤษ นักเตะต้องปรับตัวและต่อสู้กับลูกฟุตบอลที่นำมาใช้ในการแข่งขัน" แอลจีเรียจะพบกับอังกฤษ เกมต่อไปในวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย.
-วันอังคารกีวีเปิดหัวสโลวะเกีย
สำหรับโปรแกรมการแข่งขันประจำวันอังคารที่ 15 มิ.ย. แข่งขัน 3 คู่ นิวซีแลนด์ พบ สโลวะเกีย, ไอวอรี โคสต์ พบ โปรตุเกส และแชมป์ 5 สมัย บราซิล พบ เกาหลีเหนือ
คู่แรกนักเตะจากแดนกีวี นิวซีแลนด์ พบสโลวะเกีย จากยุโรป ที่สนามบาโฟเกง สเตเดี้ยม เริ่มเตะเวลา 18.30 น. ช่อง 11 ถ่ายทอดสด
คู่นี้เจอกันครั้งแรกในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก ทั้งสองทีมประสบการณ์น้อยในศึกเวิลด์ คัพ นิวซีแลนด์มีปัญหานักเตะเจ็บ 1 ราย คือทิม บราวน์ มิดฟิลด์ตัวหลัง นอกจากนี้เกล็น มอสส์ ติดโทษแบน
ริกกี้ เฮอร์เบิร์ต กุนซือนิวซีแลนด์จะใช้ระบบการเล่นแบบ 4-5-1 ตรงแผงกองกลางให้แน่น มีไรอัน เนลเซ่น กองหลังกัปตันทีมที่เล่นอยู่กับแบล็กเบิร์น ทีมดังพรีเมียร์ลีกเป็นตัวหลัก
ผลงานในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ผ่านมา นักเตะแดนกีวีแพ้รวด 3 นัด
-เด็กหงส์แดงนำทัพมาเอง
ด้านสโลวะเกียนั้น ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบน นักเตะหลายคนเล่นอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรป ทั้งมาร์ติน สเคอร์เทล ของลิเวอร์พูล มาเร็ก ฮัมซิก มิดฟิลด์จากนาโปลี น่าจะเหนือกว่านิวซีแลนด์ นัดนี้วลาดิเมียร์ ไวส์ โค้ชสโลวะเกียจะใช้ระบบ 4-4-2 มีโรเบิร์ต วิตเท็ก เป็นกองหน้าคู่กับสตานิสลาฟ เซสทัก เป็นกองหน้าล่าตาข่าย
สำหรับ 11 นักเตะที่คาดว่าจะลงเล่นทั้งสองทีม
นิวซีแลนด์ - มาร์ก พาสตั้น, วินส์ตัน รีด, ไรอัน เนลเซ่น, ทอมมี่ สมิธ, เบน ซิกมุนด์, อีวาน วิเชลิช, ลีโอ เบอร์ตอส, เจเรมี่ คริสตี้, ไซม่อน เอลเลียตต์, เชน สเมลต์ซ และคริส คิลเล่น
สโลวะเกีย - แยน มูก้า, มาเร็ก เช็ก, มาร์ติน สเคอร์เทล, แยน ดูริก้า, ราโดสลาฟ ซาบาฟนิก, มาเร็ก ซาปาร่า, มาเร็ก ฮัมซิก, เดนโก้ สตาบา, แยน โคแซ็ก, โรเบิร์ต วิตเท็ก และสตานิสลาฟ เซสทัก
-"โด้"ปะทะเชิงเตะ"ดร็อกบา"
คู่ต่อมา โปรตุเกส พบไอวอรี โคสต์ ที่สนามเนลสัน แมนเดล่า เบย์ สเตเดี้ยม เริ่มเตะเวลา 21.00 น. ช่อง 7 ถ่ายทอดสด โปรตุเกสขาดนานี่ ปีกจากผีแดง แมนฯยู ที่ต้องถอนตัวก่อนฟุตบอลโลกเพียงไม่กี่วัน แต่ยังมีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกกัปตันทีม ที่จะคอยลากเลื้อยสับขาหลอกนักเตะไอวอรี โคสต์ นักเตะทีมฝอยทองเป็นทีมที่มีเทคนิคดี เกมรับแน่น เกมรุกวูบวาบ ทั้งโรนัลโด้, เดโก้ และซิเมา ซาโบรซ่า โปรตุเกสฟอร์มเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ อุ่นเครื่อง 3 นัดหลังสุดชนะ 2 เสมอ 1 โดยชนะแคเมอรูน 3-1 ชนะโมซัมบิก 3-0
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กล่าวถึงการที่จะได้ดวลกับดิดิเยร์ ดร็อกบา ดาวยิงตัวเก่งของไอวอรี โคสต์ว่า ไม่สนใจที่จะเปิดศึกน้ำลายกับดร็อกบา ทีมโปรตุเกสของตนไม่กลัวดร็อกบา
"พวกเรารู้เรื่องดร็อกบาดี เขาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ แต่เราไม่กลัวเขา เราต้องมุ่งมั่นกับทีมของเรา แท็กติก และความมุ่งมั่นของเราเอง นั่นเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราประสบชัยชนะ" ปีกกัปตันทีมโปรตุเกสกล่าว
โรนัลโด้ยังตั้งเป้านำโปรตุเกสผ่านเข้าสู่รอบสองให้ได้ แม้จะอยู่ในกลุ่มที่แข็งแกร่งก็ตาม "สิ่งสำคัญคือเราจะต้องผ่านสู่รอบสองให้ได้ ยิ่งหากเป็นแชมป์กลุ่มได้ยิ่งดี หากไม่ได้แชมป์กลุ่ม เราอาจจะต้องเจอกับสเปน อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่กลัว แม้สเปนจะเป็นหนึ่งในทีมเต็งก็ตาม เราไม่กลัวทีมไหนทั้งนั้น เราจะต้องเล่นเพื่อชนะ และต้องพยายามชนะให้ได้"
-ไอวอรีโคสต์ลุ้นดาวยิงเจ็บ
ด้านไอวอรี โคสต์มีปัญหา ดิดิเยร์ ดร็อกบา กองหน้ากัปตันทีมยังไม่หาย ไม่สามารถลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้ มีโอกาสสูงที่จะไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ ซึ่งจะทำให้แนวรุกขาดความเฉียบคมไม่น้อย กุนซือสเวน โกรัน อีริกส์สัน เตรียมอารูน่า ดินดาน ลงเล่นเป็นกองหน้าเป้าแทน ส่วนนักเตะอื่นๆ พร้อมลงประเดิมสนาม
สำหรับ 11 นักเตะที่คาดว่าจะลงเล่นของทั้งสองทีม
โปรตุเกส - เอดูอาร์โด้, เปาโล แฟร์เรร่า, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, บรูโน่ อัลเวส, ริคาร์โด้ คอสต้า, ติอาโก้, เดโก้, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ราอูล ไมเรเลส, ซิเมา ซาโบรซ่า และแดนนี่
ไอวอรี โคสต์ - บูบาการ์ แบร์รี่, โคโล่ ตูเร่, อาร์เธอร์ โบก้า, เอ็มมานูเอล เอบูเอ้, สตีฟ โกฮูรี่, ยาย่า ตูเร่, ดิดิเยร์ โซโกร่า, เอ็มมานูเอล โคเน่, ฌอง-ฌักส์ กอสโซ่, ซาโลมอน กาลู และอารูน่า ดินดาน
-"โสมแดง"หนักรับแข้งแซมบ้า
คู่สุดท้าย แซมบ้า บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย พบนักเตะโสมแดง เกาหลีเหนือ ที่สนามเอลลิส ปาร์ก สเตเดี้ยม เริ่มเวลา 01.30 น. ช่อง 3 ถ่ายทอดสด
คู่นี้ตามฟอร์มเหนือกว่ากันมาก ชื่อชั้นเทียบกันไม่ติด แชมป์ 5 สมัย บราซิลมากันเต็มถัง นำทัพโดยกาก้า มิดฟิลด์ตัวหลัก โรบินโญ่ หลุยส์ ฟาเบียโน่ คาร์ลอส ดุงก้า กุนซือบราซิลไม่มีปัญหานักเตะเจ็บ ทุกคนพร้อมลงสนาม โรบินโญ่ พร้อมกำลังร้อนแรง
ด้านรามิเรส มิดฟิลด์แซมบ้า กล่าวว่า เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับทีมเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม เราต้องให้ความเคารพพวกเขา
ขณะที่เอลาโน่ กล่าวว่า พวกเราต้องเคารพนักเตะเกาหลีเหนือ พวกเขาเคยสร้างประวัติศาสต์ไว้มาก
-รูนีย์หลีประกาศศักดาสู้
ส่วนทีมเกาหลีเหนือเพิ่งจะกลับมาเล่นฟุตบอล โลกรอบสุดท้ายอีกครั้งในรอบ 44 ปี หลังจาก ในปี 1966 เคยสร้างชื่อเสียงไว้อย่างมาก สามารถชนะ อิตาลี 1-0 กลายเป็นทีมจากเอเชียทีมแรกที่ผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก ก่อนจะตกรอบด้วยฝีเท้าของโปรตุเกส โดยเกาหลีเหนือแพ้ 3-5 ทั้งที่ยิงนำไปก่อน 3-0 ประเดิมนัดแรกบอลโลกปีนี้เป็นรองเยอะ ไม่มีอะไรจะเสีย พร้อมจะสู้เต็มที่ ก่อนเกม จอง แต เซ กองหน้าตัวเก่งเจ้าของฉายา เวย์น รูนีย์แห่งเกาหลีเหนือประกาศจะพาทีมผ่านเข้ารอบสองไปพร้อมกับบราซิล นัดนี้จะไม่มี คิม ยอง จุน ที่ติดโทษแบน
คิม ยอง จุน โค้ชเกาหลีเหนือกล่าวว่า เราต้องการสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการชนะบราซิลในฟุตบอลโลกครั้งนี้ หลังจากเกาหลี เหนือเคยพลิกชนะอิตาลีในปี 1966 มาแล้ว
"กลุ่มจีของเราล้วนแต่เป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่ ในฟุตบอล ทีมที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไป พวกเราจะต้องทำให้ดีที่สุด พวกเราจำเป็นต้องชนะ และผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ให้ได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเจอกับใคร เราตั้งเป้า 3 คะแนน คู่แข่งของเรา บราซิลแข็งแกร่งกว่าเรา แต่เรารู้ดีถึงแท็กติกของเราที่จะเอาชนะพวกเขา คุณไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจนกว่าการแข่งขันจะจบลง โดยส่วนตัวผมตั้งเป้าพาทีมเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายให้ได้" โค้ชเกาหลีเหนือวัย 53 ปีกล่าว
สำหรับรายชื่อนักเตะ 11 คนที่คาดว่าจะได้เลงเล่น
บราซิล - ฮูลิโอ เซซาร์, ดักลาส ไมค่อน, มิเชล บาสโตส, ฮวน, ลูซิโอ, กิลแบร์โต้ ซิลวา, รามิเรส, เอลาโน่, กาก้า, โรบินโญ่ และหลุยส์ ฟาเบียโน่
เกาหลีเหนือ -รี ยอง กุ๊ก, ชา จุง ฮอก, รี จุน อิล, จี ยุน นัม, ปัก นัม โซล, มุน อิน กุ๊ก , คิม คุน อิล, ฮอง ยอง โช, จอง แต เซ, อัน โชล ย็อก และคิม ยอง อิล
-"กังหัน"ไร้"ร็อบเบน"ซดโคนม
การแข่งขันประจำวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย. มีด้วยกัน 3 คู่ คู่แรก เริ่มเวลา 18.30 น. กลุ่มอี "อัศวินสีส้ม"ฮอลแลนด์ พบ "โคนม" เดนมาร์ก เพื่อนร่วมทวีปยุโรป ที่สนามซ็อกเกอร์ ซิตี้ สเตเดี้ยม เมืองโจฮันเนสเบิร์ก มีสเตฟาน แอนนอย ชาวฝรั่งเศสทำหน้าที่ตัดสิน
นัดนี้ทีมฮอลแลนด์ไม่มี อาร์เยน ร็อบเบน ปีกซ้ายตัวเก่งที่บาดเจ็บ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ กุนซืนส่งราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ต, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และเวสลีย์ สไนจ์เดอร์ ส่วนทีม "โคนม"เดนมาร์ก ได้ไซม่อน เคียร์ กองหลังดาวรุ่งฟิตทันลงเป็นตัวจริง ให้นิคลาส เบนต์เนอร์ กองหน้าอาร์เซนอล ลงล่าตาข่าย
รายชื่อ 11 นักเตะตัวจริงทั้งสองทีม
ฮอลแลนด์ - มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก, เกร กอรี่ ฟาน เดอร์ วีล, จอห์น ไฮติงก้า, โยริส มาไธจ์เซ่น, โจวานนี่ ฟาน บรองก์ฮอร์สต์ (กัปตันทีม), ไนเจล เด ยองก์, เวสลีย์ สไนจ์เดอร์, มาร์ก ฟาน บอมเมล, ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ต, เดิร์ก เคาต์ และโรบิน ฟานเพอร์ซี่
เดนมาร์ก - โทมัส โซเรนเซ่น, แดเนียล แอ๊กเกอร์, ไซม่อน โพลเซ่น, ลาร์ส ยาค็อบเซ่น, ไซม่อน เคียร์, คริสเตียน โพลเซ่น, มาร์ติน ยอร์เกนเซ่น (กัปตันทีม), เดนนิส รอมเมดาห์ล, โทมัส คาห์เลนเบิร์ก, โทมัส เอเนโวลด์ เซ่น และนิคลาส เบนต์เนอร์
-อัศวินหยั่งเชิงโคนมรับแน่น
เริ่มการแข่งขัน เดนมาร์กเขี่ยลูก ช่วงต้นเกม นักเตะอัศวินสีส้มครองบอลแดนกลางได้เหนือกว่า มีสไนจ์เดอร์ และฟาน เดอร์ ฟาร์ต ทำเกมรุกกดดัน แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับทีมโคนมได้ นาทีที่ 9 เคาต์สับไกระยะ 25 หลา โซเรนเซ่น ประตูเดนมาร์กรับไว้ได้
ฮอลแลนด์มีโอกาสสร้างความหวาดเสียว นาทีที่ 19 ฟาน เพอร์ซี่ ไหลบอลต่อให้ฟาน เดอร์ ฟาร์ต ยิงเต็มเท้าซ้าย บอลแฉลบกองหน้าเดนมาร์กออกด้านหลัง ถัดมา 2 นาที ฟาน เพอร์ซี่ มีจังหวะยิงบริเวณหน้าเขตโทษด้วยเท้าขวาที่ไม่ถนัด บอลข้ามคาน จากนั้นไม่ถึงนาทีเดนมาร์กโต้กลับเร็ว เอเนโวลเซ่นลากจากกึ่งกลางสนามเข้าไปยิง แต่บอลโด่งข้ามคาน
-เบนต์เนอร์โหม่งเฉี่ยวเสา
หลังจากโดนบุกอยู่นาน เดนมาร์กมีลุ้นได้ประตูเป็นครั้งแรก รอมเมดาห์ลเปิดบอลโด่งจากฝั่งขวา ให้เบนต์เนอร์โหม่งเฉี่ยวเสา
นาทีที่ 32 ฮอลแลนด์พลาดได้ประตู เมื่อเคาต์พาบอลหลุดขึ้นมาทางขวา แล้วเปิดเข้ากลางประตู แต่กองหลังเดนมาร์กสกัดออกหลังไปได้หวุดหวิด จากนั้นไม่ถึงนาที เดนมาร์กโต้กลับเร็ว มีลุ้นได้ประตู ยอร์เกนเซ่นเปิดบอลยาวให้รอมเมดาห์ลไปทางฝั่งขวา ก่อนซัดเต็มเท้า บอลพุ่งเข้ากรอบ สเตเคเลนเบิร์ก นายทวารฮอลแลนด์รับไว้ได้ นาทีที่ 36 นักเตะโคนมมีโอกาสอีกครั้ง เบนต์เนอร์จ่ายบอลให้คาห์เลนเบิร์กยิงบริเวณกรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่สเตเคเลนเบิร์กพุ่งปัดออกหลังไปได้
-ครึ่งแรกเจ๊าขวาเพอร์ซี่ไม่มีลุ้น
นาที 42 ฮอลแลนด์มีลุ้นได้ประตู จากจัง หวะที่กองหลังเดนมาร์กสกัดพลาด บอลไปเข้าเท้าฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงจากอาร์เซนอลพลิกหลบแอ๊กเกอร์ ก่อนสับไกด้วยเท้าขวาที่ไม่ถนัด ลูกออกหลัง นาทีถัดมา เด ยองก์ได้รับใบเหลืองแรกของเกม เมื่อไปเสียบสกัดเบนต์เนอร์บริเวณกลางสนาม หลังจากนั้นสองทีมไม่สามารถยิงได้ จบครึ่งแรก เสมอ 0-0
-โคนมซวยโหม่งตุงตัวเอง
เริ่มเกมครึ่งหลังมาไม่ถึงนาที ทัพฮอลแลนด์ได้ประตูอย่างโชคช่วย เมื่อฟาน เพอร์ซี่ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาหน้าประตู ไซม่อน โพลเซ่น โหม่งสกัดผิดเหลี่ยม บอลโดนหลังแอ๊กเกอร์ เพื่อนร่วมทีมเข้าประตูตัวเอง ฮอลแลนด์นำอย่างเฮงๆ 1-0
นาที 51 ฮอลแลนด์พลาดได้ประตูที่สอง เมื่อฟาน เพอร์ซี่ มีโอกาสยิงแต่พลาดอีก
หลังจากเสียประตู โค้ชมอร์เตน โอลเซ่น ของเดนมาร์ก รีบแก้เกม ส่งเยสเปอร์ กรุนชาร์ มิดฟิลด์ตัวเก๋าลงเล่นแทน โทมัส เอเนโวลเซ่น ถัดมานาที 58 ฟาน เดอร์ ฟาร์ต มีโอกาสตวัดบอลยิง บอลตรงกรอบ แต่โซเรนเซ่นพุ่งคว้าติดมือ
จากนั้นนาที 62 เดนมาร์กปรับแผนอีกครั้ง ถอดเบนต์เนอร์ ที่โชว์ฟอร์มไม่ออก และส่ง มิกเคล เบ๊กมันน์ ลงเล่นแทน นาที 63 เคียร์ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเสียบสกัดสไนจ์เดอร์
-เปลี่ยนตัวปรับแท็กติกทั้งคู่
นาที 66 ฮอลแลนด์เปลี่ยนตัวนักเตะคนแรก ส่งเอลเยโร่ เอเลีย ปีกดาวรุ่งจากสโมสรฮัมบูร์กในเยอรมันลงเล่นแทนฟาน เดอร์ ฟาร์ต เกมรุกของเดนมาร์กยังไม่สามารถกดดันได้มากนัก ขณะที่ทัพนักเตะฮอลแลนด์ครองบอลได้เหนือกว่า มีเอเลียลากเลื้อยทำเกมบุก สร้างปัญหาให้กับเดนมาร์กอย่างมาก นาที 73 กุนซือทีมโคนมเปลี่ยนนักเตะที่สาม หวังสร้างเกมรุกยิงประตูตีเสมอให้ได้ โดยส่งคริสเตียน เอริกเซ่น ลงแทนคาห์เลนเบิร์ก
ถัดมานาทีเดียว เอเลียมีจังหวะเปิดบอลไปหน้าประตู แต่โซเรนเซ่นปัดออกมาได้ บอลเข้าเท้าฟาน บอมเมล กัปตันทีมกังหันซัดเต็มเท้า ประตูเดนมาร์กปัดไว้ได้อีก
ขณะที่ฮอลแลนด์ถอดฟาน เพอร์ซี่ออก และส่งอิบราฮิม อเฟลลาย กองกลางดาวรุ่ง ลงเล่นแทน
เกมของเดนมาร์กไม่ดีขึ้น โดนฮอลแลนด์บุกกดดันหนัก นาที 81 นักเตะฮอลแลนด์มีลุ้นได้ประตูเพิ่ม สไนจ์เดอร์พลิกตัวยิงบริเวณหน้าเขตโทษ บอลแฉลบแอ๊กเกอร์ ก่อนจะโดนคานออกหลัง
-"เคาต์"ถูกที่ถูกเวลาซ้ำดาบ2ย้ำชัย
นาที 84 ฮอลแลนด์ได้ประตูย้ำชัยชนะ เมื่อสไนจ์เดอร์จ่ายบอลทะลุให้เอเลียหลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะแปหนีมือผู้รักษาประตูเดนมาร์ก บอลชนเสากระดอนออกมา เคาต์ตามยิงซ้ำเข้าประตู ฮอลแลนด์นำห่าง 2-0
นาที 87 ฮอลแลนด์เกือบได้ประตูที่สาม อเฟลลายยิงหน้าประตู แต่โพลเซ่นสกัดออกจากเส้นได้หวุดหวิด จากนั้นฮอลแลนด์เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ส่งเดมี่ เด ซูว์ ลงเล่นแทน เด ยองก์ ช่วงท้ายเกมรอมเมดาห์ลมีโอกาสยิงแต่เฉี่ยวเสา หมดเวลา ฮอลแลนด์ชนะ 2-0 เก็บ 3 คะแนนประเดิมบอลโลก 2010
H"ซามูไร"ปะทะ"หมอผี
คู่ที่ 2 ประจำวันจันทร์ เริ่มเตะเวลา 21.00 น. กลุ่ม อี อีกคู่ ที่สนามฟรีสเตต เมืองบลูมฟองเตน นักเตะซามูไร ญี่ปุ่น กับแคเมอรูน หมอผีจากกาฬทวีป มีโอเลการิโอ เบนคูเรนก้า ผู้ตัด สินชาวโปรตุเกส ลงทำหน้าที่
ญี่ปุ่นยังไม่เคยชนะใครในฟุตบอลโลกนอกบ้านนับตั้งแต่ปี 2002 ทาเคชิ โอกาดะ กุนซือซามูไรวาง 11 ตัวจริงดังนี้ เอจิ คาวาชิม่า, มาร์คัส ตูลิโอ ทานากะ, ยูจิ นากาซาว่า, ยูโตะ นากาโตโม่, ยูอิชิ โคมาโนะ, ยูกิ อาเบะ, ยาซูฮิโตะ เอ็นโดะ, ไดสุเกะ มัตซึอิ, โยชิโตะ โอคุโบะ, มาโกโตะ ฮาเซเบะ, เคสุเกะ ฮอนดะ ส่วนชุนซึเกะ นากามูระ จอมทัพตัวเก่งเป็นแค่ตัวสำรอง
ส่วนปอล เลอ กูเอ็น กุนซือชาวฝรั่งเศสของทีม "หมอผี" แคเมอรูน จัด 11 ขุนพลดังนี้ ฮามิดู ซูเลย์มานู, เบอนัวต์ อัสซู-เอก๊อตโต้, นิโคลัส เอ็นกูลู, เซบาสเตียน บาสซง, ฌอน มากูน, เอริก ชูโป-โมติง, ปิแอร์ เวโบ, เอย็อง ทาเกง, สเตฟาน เอ็มเบีย, โจเอล มาติป และ ซามูเอล เอโต้ หัวหอกชื่อดังจากอินเตอร์ มิลาน
-"เอโต้"หวือหวาต้นเกม
สถิติพบกัน 3 ครั้ง ญี่ปุ่นชนะ 2 เสมอ 1 และไม่เคยเสียประตูให้หมอผีแม้แต่ประตูเดียว แต่ทุกเกมแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นล้วนๆ เริ่มเกมแคเมอรูนเป็นฝ่ายเขี่ยลูกก่อน และเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที นาทีที่ 7 ซามูเอล เอโต้ แทงบอลทะลุแผงหลังญี่ปุ่นให้ ปิแอร์ เวโบ หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนตวัดเข้ากลาง แต่กองหลังญี่ปุ่นล้มตัวสกัดออกไปได้หวุดหวิด
นาที่ 9 แคเมอรูนได้ลูกฟรีคิกทางด้านซ้าย นิโคลัส เอ็นกูลู เปิดบอลไซด์ไปหน้าประตู แต่ไม่มีโอกาสที่จะทำประตูได้ นาที 20 เคสุเกะ ฮอนดะ พาบอลบุกขึ้นทางกราบขวาเปิดโค้งเข้ากลางหวังให้โอคุโบะได้โขก ฮามิดู ซูเลย์มานู นายด่านแคเมอรูนตัดบอลพลาด ลูกกระดอนเข้าทางไดสุเกะ มัตซึอิ ทำให้ซูเลย์มานูต้องออกแรงอีกครั้งตะปบเอาไว้ได้ก่อนที่นักเตะญี่ปุ่นจะได้ยิงง่ายๆ
-ซามูไรฉวยนาทีทองซัดขึ้นนำ
นักเตะแดนปลาดิบพยายามใช้การต่อบอลบนพื้นครองเกมเอาไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะเข้าทำยังไม่เข้าที่เข้าทาง นาที่ 37 เคสุเกะ ฮอนดะ จ่ายบอลไม่ดีเปิดช่องให้เบอนัวต์ อัสซู เอก๊อตโต้ แบ๊กซ้ายแคเมอรูนตัดบอลก่อนกระชากกว่าครึ่งสนามไปถึงเขตโทษของญี่ปุ่น แต่ยูจิ นากาซาว่า เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเก๋ายังไววิ่งปิดทางไว้ได้หมด นาทีถัดมาเอย็อง ทาเกง ได้ตั้งป้อมยิงนอกเขตโทษแต่เข้าซองเอจิ คาวาชิม่า นายทวารญี่ปุ่น
เกมรุกของแคเมอรูนที่มี เอโต้เป็นแกนนำยังไม่สามารถทำอะไรยอดทีมจากเอเชียได้ถนัด กระทั่งนาที 38 ญี่ปุ่นได้เฮก่อนในจังหวะที่ไดสุเกะ มัตซึอิ บรรจงเปิดด้วยซ้ายข้ามแผงกองหลังแคเมอรูนถึงสองคนไปถึงเสาสองเคสุเกะ ฮอนดะ กองกลางตัวเก่งของญี่ปุ่นจากสโมสรซีเอสเคเอ มอสโก จับบอลเข้าเท้าก่อนสะบัดยิงผ่านซูเลย์มานูยัดเสาแรก เข้าไปตุงตาข่ายส่งญี่ปุ่น ขึ้นนำไปก่อน 1-0 เป็นการฉลองวันเกิดปีที่ 24 ของ ฮอนเดะ ที่เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
-ครึ่งหลังหมอผีเร่งเครื่อง
เข้าสู่ครึ่งหลังกุนซือทั้งสองทีมยังเลือกใช้บริการนักเตะชุดเดิม นาทีที่ 48 เอโต้ ได้โชว์ลีลาหลอกนักเตะญี่ปุ่นถึง 3 คนที่พยายามทั้งดึงทั้งเตะแต่เอากองหน้าแคเมอรูนไม่ลงก่อนที่เอโต้จะถึงเส้นหลังผ่านเข้ากลางให้เอริก ชูโป โมติง ได้วิ่งเข้ามายิงแต่บอลยังไม่เข้ากรอบ
ปอล เลอ กูเอ็น กุนซือหมอผีเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตัดสินใจเปลี่ยนเกมโดยส่งอชิลเล่ เอ็มมาน่า ลงมาแทนโจเอล มาติป ในนาที 63 จากนั้นนาทีที่ 69 ทาเคชิ โอกาดะ กุนซือญี่ปุ่นเปลี่ยนเกมบ้างถอดเอาไดสุเกะ มัตซึอิ ที่มีอาการล้าอย่างเห็นได้ชัดจากการทำเกมแดนกลางออกและส่งชินจิ โอกาซากิ กองหน้าจากชิมิซึ เอส-พัลส์ ลงมาแทน
นาทีที่ 71 โอกาซากิ ลงมาสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับแคเมอรูนทันทีทำให้นิโคลัส เอ็นกูลู ต้องหวดตัดเกมก่อนผู้ตัดสินชักใบเหลืองให้เอ็นกูลูทันที นาที 75 แคเมอรูน ปรับแผนอีกรอบโดยส่งโมฮัมมาดู ไอดริสซู ลงมาแทนชูโป โมติง และส่งเฌเรมี่ลงมาแทน ฌอน มากูนแต่ก็ยังไม่ช่วยให้เกมของแคเมอรูนดีขึ้น นาทีที่ 80 โอกาดะตัดสินใจเก็บตัวโอคุโบะกองหน้าตัวสำคัญออกไว้สำหรับเกมต่อไปและส่งคิโช ยาโนะลงไปแทน นาทีถัดมา มาโกโตะ ฮาเซเบะ ตั้งป้อมยิงนอกกรอบเขตโทษบอลพุ่งแรงซูเลย์มานูต้องล้มตัวปัดเอาไว้ได้ บอลทะลักมาเข้าทางโอกาซากิ เข้าซ้ำเต็มข้อแต่บอลโดนเสากระดอนออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
-คานช่วยซามูไรจบเกมเก็บ3แต้ม
ในช่วง 5 นาทีสุดท้าย แคเมอรูนพยายามฮึดสู้อีกเฮือก แต่ยังไม่ผ่านทีมเวิร์กของนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นที่แพ็กเกมรับเหนียวแน่น นาที่ 85 สเตฟาน เอ็มเบีย ได้บอลว่างๆ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษก่อนตั้งป้อมซัดเต็มข้อแต่บอลพุ่งชนสามเหลี่ยม จบ 90 นาทีญี่ปุ่นชนะ 1-0 ส่งผลให้ญี่ปุ่นชนะในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนอกบ้านตัวเอง นับตั้งแต่เอาชนะตูนิเซีย 2-0 เมื่อ 8 ปีที่แล้วในฟุตบอลโลก 2002 ที่โอซาก้า และยังรักษาสถิติไม่แพ้แคเมอรูนเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนแคเมอรูนแพ้ในการลงสนามนัดแรกฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกอีกด้วย
|